Image

 

            คนไทยสมัยนี้ส่วนใหญ่ประสบกับภาวะความเครียดนี้กันแทบทุกคน  อาจจะเรียกได้ว่าความเครียดเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์  อันนี้มันก็เรื่องของแต่ละบุคคลว่าจะเก็บเรื่องราวต่างๆความเครียดมากหรือเครียดน้อย  เพราะคนเรานี่ก็แปลกไปเจออะไรมาก็ตามแต่เรื่องของเราบางทีก็ไม่ใช่  ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วยแท้ๆแค่ผ่านไปเจอยังต้องเก็บมาคิดให้เครียดแทนเค้าอีก  เรียกได้ว่าสามารถสภาพอารมณ์สามารถปรับไปตามสภาพแวดล้อม

            อย่างในกรณีที่เป็นนักเรียนนักศึกษาก็จะเป็นกรณีแบบที่เราเอ่ยมาข้างต้นคืออารมณ์เปลี่ยนไปตามสิ่งแวดล้อม  เช่นช่วงสอบ Final  กลางเทอม  หรือจะสอบเข้าต่อสถานศึกษาที่ต้องการ  ก็มักจะเกิดความเครียด  เพราะเราเองก็ยังเป็น  มัวแต่กังวลว่าผลที่ออกมาอาจจะไม่เป็นไปตามความต้องการ  ถึงแม้เราจะจนแต้มกับปัญหาที่มันรุมเร้าอยู่ก็จงอย่าลืมว่าปัญหาทุกอย่างมันต้องมีทางออกถ้าพยายามหาทางแก้ไปเรื่อยๆความเครียดของเรามันก็จะลดน้อยลงเอง

            อาการของโรคเครียดนี่อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล่นๆไปนะ  เพราะอาการมันร้ายแรง  อาจทำให้อาเจียน  คลื่นไส้  เกิดโรคกระเพาะอาหาร  โรคที่เกี่ยวกับหลอดเลือด  หัวใจ  ไม่ว่าจะตีบหรือตัน  แถมพ่วงมาด้วยความดันอีก  โอย!แค่เครียดอย่างเดียวไม่พอแถมโรคมาให้อีกเยอะแยะเลย  เราสามารถแก้ไขง่ายๆคือการทำใจให้สงบ  ออกกำลังกาย

                                    

            รูปด้านบนนี้ เป็นรูปที่ใช้ในการเปรียบเทียบระดับความเครียด  เป็นรูปของปลาโลมาที่เหมือนกัน 2 ตัว ไม่มีผิดเพี้ยน  จากการศึกษาพบว่าผู้ที่มีความเครียดจะเห็นข้อแตกต่างระหว่างปลาโลมาทั้งคู่  นั่นหมายถึงว่าถ้าความเครียดอยู่ที่ระดับสูงมากก็จะเห็นความแตกต่างมาก  ดังนั้นลองดูรูปดังกล่าว  และถ้าคุณเห็นความแตกต่างมากกว่าหนึ่งหรือสองแห่งคุณควรจะลาพักร้อน

 

            อืม~~เห็นอย่างนี้แล้วเราควรจะพักร้อนซักอาทิตย์นึงแล้วล่ะ- -+เพราะมองยังไงมันก็ไม่เหมือนกัน55+

            แล้วคุณล่ะ?กำลังเครียดอยู่หรือเปล่า...

           

           

 

 

edit @ 7 Sep 2008 16:46:40 by ~~*AmP*~~

       กว่าจะลงบทความนี้ก็ปาเข้าไปวันที่25แล้ว...เลยวันที่เค้ากำหนดจริงๆมาตั้ง2วัน  ไม่รู้ว่าเอาลงช้าไปหรือเปล่าแต่ถ้าเพื่อนๆคนไหนอยากรู้รายละเอียดก็ไปอ่านกันเลย.....Let's Go!!!!

 

       จากความเหลื่อมล้ำทางเวลาของไทย จนทำให้ไม่เป็นมาตรฐาน สถาบันมาตรวิทยากระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี จึงดำเนินการปรับเปลี่ยนเวลาของไทยใหม่ทั่วประเทศ เพื่อให้ถูกต้องแม่นยำตามหลักสากล

        ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พล.อ.ต.ดร.เพียร โตท่าโรง ผู้อำนวยการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้สถาบันมาตรวิทยาฯ จะดำเนินการปรับเปลี่ยนเวลาของประเทศ ไทยใหม่ทั่วประเทศ เพื่อให้ถูกต้องแม่นยำตามหลักสากล เพราะที่ผ่านมามาตรฐานเวลาของไทยไม่เคยตรงกัน ซึ่งจะเป็นไปตามประกาศกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เรื่องหลักเกณฑ์การเก็บรักษาข้อมูลจราจร ทางคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการ พ.ศ.2550 ถูกต้องแม่นยำตามหลักสากล ซึ่งจะมีพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิด
           โดยจะทำการปรับเวลาประเทศไทยให้เร็วกว่าเวลาปัจจุบัน 30 นาที ตัวอย ่าง ปัจจุบันเวลา 8:30 น.จะต้องปรับเป็น 8:00 น. เพราะฉะนั้นประชาชนชาวไทยทั้งประเทศจะต้องตื่นเร็วกว่าปกติ 30 นาที เพื่อรักษาสภาพการดำเนินชีวิตให้เหมือนเดิมปกติ ก่อนที่จะมีการปรับเวลา โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 23 สิงหาคมนี้

        โดยกำหนดให้ผู้ประกอบ 4 ประเภท ดังนี้

        1. ผู้ ประกอบกิจการโทรคมนาคมและกิจการกระจายภาพและเสียง อาทิ ผู้ให้บริการโทรศัพท์ขั้นพื้นฐาน โทรศัพท์ เคลื่อนที่ ผู้ให้บริการเอทีเอ็ม เป็นต้น

        2. ผู้ให้ บริการการเข้าถึงระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ อาทิ ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต เจ้าของหอพัก โรงแรม หน่วยราชการ บริษัทต่างๆ เป็นต้น

        3. ผู้ให้บริการเช่าระบบคอมพิวเตอร์

        4. ผู้ให้บริการร้านอินเตอร์เน็ตต่างๆ

        ทั้งนี้ผู้ให้บริการทั้งหมด ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากไม่ปฏิบัติตามตามกฎหมายของกระทรวงไอซีที จะต้องมีโทษปรับประมาณ 1-5 แสนบาท 

        พล.อ.ต.ดร.เพียรกล่าวอีกว่า สำหรับประชาชนทั่วไป หากต้องการตั้งเวลาให้เป็นมาตรฐาน ขณะนี้สถาบันมาตรวิทยาฯ ได้ประสานกับกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ เพื่อตั้งเวลามาตรฐานสำหรับประเทศไทยแล้ว และกำลังประสานกับกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อเทียบเวลาผ่านทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม เพื่อให้ประชาชนเทียบเวลาทางวิทยุเอฟเอ็มได้ แต่ต้องมีตัวสัญญาณรับที่เรียกว่า ไทม์ เซิร์ฟเวอร์ ติดที่นาฬิกาที่ต้องการจะเชื่อมกับสัญญาณเอฟเอ็มด้วย ในส่ว นนี้ทางสถาบันมาตรวิทยาฯ จะประสานกับบริษัทที่ผลิตนาฬิกา เพื่อผลิตนาฬิกาพิเศษที่ตรงเวลา และมีความแม่นยำมากที่สุด   

        "การปรับเปลี่ยนเวลาใหม่ครั้งนี้ ถือว่ามีความสำคัญมาก เพราะทุกคนต้องการความแม่นยำ โดยเฉพาะหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวข้องกับข้อมูล เรื่องของความมั่นคง เรื่องของสุขภาพ การทดลองทางวิทยาศาสตร์ บริษัทกระจกไทยอาซาฮี จำกัด มหาชน พวกสัญญาณดาวเทียม วิศวกรที่อาศัยอยู่บ้านฟาร์มเฮ้าส์ และที่สำคัญงานทางด้านนิติวิทยาศาสตร์ ที่จะช่วยแกะรอยของอาชญากรรม และสามารถใช้เป็นหลักฐานมัดตัวผู้กระทำผิดได้ โดยมีเวลาเป็นเครื่องยืนยันการกระทำ เห็นได้ชัดจากกรณีใบแดงของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช เกี่ยวกับการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง หลักฐานสำคัญก็มาจากเรื่องของเวลา" พล.อ.ต.ดร.เพียร กล่าว และว่า ที่ผ่านมาเวลาของประเทศไทยไม่มีมาตรฐานแน่นอน และไม่ตรงกัน เห็นได้ชัดเจนที่สุดช่วง 08.00 น. และ 18.00 น. ที่เป็นช่วงเคารพธงชาติ แต่ละจังหวัดเวลาเคารพธงชาติจะไม่เท่ากันเลย แม้กระทั่งฟรีทีวีในบ้านเมืองก็ยังมีเวลาไม่ตรงกัน

 

ที่มา-http://www.nan2day.com/forum/index.php?topic=511.0

       http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X6901800/X6901800.html
 

edit @ 25 Aug 2008 19:58:33 by ~~*AmP*~~

Mascot Olympic

posted on 16 Aug 2008 22:14 by amp-cassy

 

พิธีเปิดโอลิมปิกปีนี้ เปิดขึ้นในวันที่ 8 เดือน 8(สิงหาคม) ปี2008

ทำไมถึงต้องเปิดในวันนี้เดือนนี้ด้วยล่ะ วันอื่นก็มี เพราะอะไรเรามารู้คำตอบกันเลยดีกว่าค่ะ

 

คนจีนถือว่าเลข 8 เป็นเลขมงคลที่สุดค่ะ (เลข 8 เป็นตัวเลขที่ไม่มีจุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุด แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองเป็นอนันต์ ทะเบียนรถของเศรษฐีชาวจีนมักจะเป็นเลขตอง 8 หรือเห่า 8 หมายเลขโทรศัพท์ที่เป็นที่ต้องการก็ต้องมีเลข 8 เยอะๆ อ่างเลี้ยปลาที่ห้องรับแขกหรือตามล๊อบบี้ของอาคารสำนักงานก็ต้องมีปลาทอง 8 ตัว เป็นต้นค่ะ)  

รัฐบาลจีนทุ่มงบประมาณและให้ความสำคัญกับการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งโอลิมปิคเกมส์ครั้งนี้อย่างมาก ว่ากันว่าครั้งนี้คือการเป็นเจ้าภาพที่ใช้งบประมาณสูงที่สุดในประวัติศาสตร์โอลิมปิคเกมส์ เรื่องวัตถุหรือสถานที่จัดการแข่งขันคงไม่ต้องพูดถึง เพื่อนๆ คงเห็นตามสื่อทีวีหรืออินเตอร์เน็ทกันบ้างแล้ว ที่น่าสนใจมากก็คือการบังคับใช้กฏระเบียบอย่างเข้มงวดเพื่อสร้างภาพลักษณ์ของเจ้าบ้านที่ดีเช่นห้ามถ่มน้ำลายในที่สาธารณะ ห้ามถามคนต่างชาติว่าแต่งงานแล้วหรือยัง ห้ามถามคนต่างชาติว่าได้เงินเดือนเท่าไหร่ เป็นต้น หรือการปลูกฝักค่านิยมใหม่ให้คนจีนเป็นเจ้าบ้านที่ดีเพื่อต้อนรับชาวต่างชาติเช่นคนขับแท๊กซี่ทุกคนต้องเรียนรู้ที่จะสื่อสารภาษาอังกฤษเบื้องต้นได้ ชาวจีนต้องสามารถทักทายตามธรรมเนียมสากลได้ ฯลฯ หรือแม้แต่การใช้ข้อบังคับเร่งด่วนเพื่อลดมลพิษทางอากาศในกรุงปักกิ่งซึ่งก็คือการสั่งระงับโครงการก่อสร้างทั้งหมด(ย้ำจริงๆค่ะว่าทั้งหมด)

 

อืม~~พูดถึงเรื่องอื่นมานานแล้วถ้ากล่าวถึงโอลิมปิคแล้วจะไม่พูดถึงมาสคอทเลยเนี่ยก็ดูกระไรอยู่ ก่อนที่เราจะไปดูมาสคอทของปีนี้เรามารู้จักต้นกำเนิดของมาสคอทก่อนเลยดีกว่าค่ะ

       ต้นกำเนิดของมาสคอตตัวแรกนั้น จากการค้นหาข้อมูลของถามตอบรอบโลกไม่พบหลักฐานแน่ชัดว่าใครเป็นต้นคิดหรือใครเป็นคนแรกที่นำมาใช้ มีเพียงการอ้างอิงว่าครั้งแรกที่มีการปรากฏตัวของเจ้าตัวมาสคอต คือในช่วงปลายค.ศ.1800 ในการแข่งขันกีฬาระดับโรงเรียนและมหาวิทยาลัย จากนั้นไม่นานทีมกีฬาหลายๆชนิด จึงนำสัญลักษณ์นำโชคมาปักไว้บนชุดแข่งขันด้วย
       
        ในปี 1972 ได้มีการเปิดตัวมาสคอต ในกีฬาโอลิมปิคเกมส์อย่างเป็นทางการครั้งแรกที่มิวนิค ประเทศเยอรมนี จากนั้นมา เจ้าตัวตุ๊กตารูปสัตว์ มนุษย์ หรือสิ่งของ ก็ได้กลายเป็นของที่ระลึกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิคเกมส์จนถึงปัจจุบัน
       
        นิสัยของเจ้ามาสคอตนั้น ทุกตัวจะมีอารมณ์ขันและจิตใจดี พวกมันจะคอยต้อนรับขับสู้นักกีฬาและแขกทั่วโลกที่มาร่วมแข่งขันกีฬา เรียกเสียงหัวเราะจากเด็กๆรวมทั้งสร้างบรรยากาศที่ดีให้กับกองเชียร์
       
        ในส่วนของคำว่า "Mascot" เป็นที่รู้จักกันในปี ค.ศ.1880 เมื่อนักแต่งเพลงชาวฝรั่งเศส Edmond Audran ได้เขียนละครตลกมีชื่อว่า "La Mascotte" แต่ด้วยที่ชื่อค่อนข้างยาว ชาวฝรั่งเศสบางส่วนจึงเรียกให้สั้นและกระชับในศัพท์แสลงว่า “masco” ซึ่งมีความหมายว่า แม่มด นอกจากนี้บางส่วนเรียกว่า mascoto ที่แปลว่าคาถา
       
        ละครตลก "La Mascotte" ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง แต่ในภาษาอังกฤษเรียกละครดังกล่าวว่า "The Mascot" ที่หมายถึงสัตว์ คนหรือสิ่งของนำโชค

 

เอาล่ะถึงเวลาที่เราจะมารู้จักเหล่า Mascot ผู้น่ารักของ Beijing 2008 แล้วค่ะ^O^~~~

1. Beibei เป้ยเป้ย สีฟ้า - ปลาน้อย (เพศหญิง)
     เป็นตัวแทนของการส่งผ่านความเจริญรุ่งเรือง

     บนศรีษะเป้ยเป้ย ประดับตกแต่งเป็นรูปปลาและน้ำ เป็นสัญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรือง
และความอุดมสมบูรณ์
    
เป้ยเป้ย มีลักษณะของความอ่อนโยนและบริสุทธิ์ เป็นตัวแทนของความแกร่งในกีฬาทางน้ำ

    

2. JingJing จิงจิง สีดำ - หมีน้อย  (เพศชาย)
     มีลักษณะไร้เดียงสาและมองโลกในแง่ดี

     เป็นสัญลักษณ์ตัวแทนของการส่งผ่านรอยยิ้ม ความร่าเริง ความสุข ให้กับทุกคนที่ได้พบเห็น
     บนศรีษะจิงจิงประดับตกแต่งด้วยลวดลายรูปกลีบดอกบัว ที่มาจากลวดลายบนเครื่องเคลือบในสมัยราชวงศ์ซ่ง
     จิงจิง มีพละกำลังเต็มเปี่ยม จึงเป็นตัวแทนของการปกป้องคุ้มครอง และการอนุนักษ์ความสวยงามของธรรมชาติให้คงอยู่ชั่วลูกชั่วหลาน

3. Huanhuan ฮวนฮวน สีแดง - อัคคีน้อย (เพศชาย)
     เป็นพี่ใหญ่สุดยืนอยู่ท่ามกลางน้องๆ นำโชคอีกสี่คน

     บนศรีษะฮวนฮวน ประดับตกแต่งลวดลายเป็นรูปเปลวไฟ ซึ่งเป็นลวดลายที่มีต้นแบบมาจากภาพวาดในถ้ำแห่งเมืองตุนหวง

     ฮวนฮวน เป็นตัวแทนของความคึกคักฮึกเหิมที่จะส่งผ่านไปยังจิตวิญญาณของนักกีฬาให้เข้มแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

     ฮวนฮวน มีความเป็นเลิศในเกมการแข่งขันที่ใช้ลูกบอลกลมๆ ทุกประเภท



4. YingYing อิ๋งอิ๋ง สีเหลือง - ละมั่งทิเบต (
เพศชาย)
     มีลักษณะของความปราดเปรียว ว่องไว

     เป็นสัญลักษณ์ของการส่งผ่านความสุข ความแข็งแรงให้แก่โลก
     อิ๋งอิ๋ง หนึ่งในสัตว์สงวนที่มาจากที่ราบสูงชิงไห่-ธิเบต
     อิ๋งอิ๋งมีความว่องไวและปราดเปรียว จึงมีความเป็นเลิศในกีฬากรีฑาประเภทลู่และลาน

5. NiNi นีนี สีเขียว - นางแอ่นน้อย (เพศหญิง)
     มีรูปร่างมาจากว่าวรูปนกนางแอ่น

     ปีกของ นีนี เป็นสัญลักษณ์ขอบฟ้าอันกว้างใหญ่ และการส่งผ่านคำอวยพรว่า "ขอให้โชคดี" ไปยังทุกที่ที่เธอบินผ่าน
     ในบรรดาเด็กนำโชคทั้งห้า นีนี เป็นเด็กที่ร่าเริง ไร้เดียงสา เธอมีความเป็นเลิศในเกมการแข่งขันยิมนาสติก

พอรวมกัน 5 ตัวก็จะได้คำว่า Bei Jing Huan Ying Ni (เป่ย จิง ฮวน อิ๋ง หนี่) - ปักกิ่งขอต้อนรับทุกท่าน...

เครดิต-http://www.oknation.net/blog/print.php?id=294634

         -http://blog.ru.ac.th/myBlog.php?bID=1158&mID=478

 

 

edit @ 18 Aug 2008 18:01:01 by ~~*AmP*~~